หน้าแรก    |    ตั้งชื่อ-เปลี่ยนชื่อ    |    ประวัติและผลงานอาจารย์สมเจตน์    |    ทฤษฎีเลขที่บ้าน    |    ทำนายทะเบียนรถ    |    เรียนโหราศาสตร์    |    ติดต่อโฆษณา
 
 
 

ตำนานฮวงจุ้ยไทย
ฮวงจุ้ยไทย ฮวงจุ้ยจีน
จตุรธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ศาลพระพรหม
ตำนานศาลพระภูมิ
หลักเกณฑ์ตั้งศาลพระภูมิ
เสาเอก เสาโท
โอกาสกลับบ้านของทักษิณ ?
อาถรรพณ์หมายเลข 7
2553 นองเลือด..!!
ชะตาแผ่นดิน
กระทิงแดงแรงข้ามแผ่นดิน
ตั้งชื่อกิจการอย่างไรให้รวย
   

   
ห้องภาพการทำงาน
พระพุทธรูปปางถวายเนตร
พระพุทธรูปปางห้ามญาต
พระพุทธรูปปางไสยาสน์
พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร
พระพุทธรูปปางสมาธิ
พระพุทธรูปปางรำพึง
พระพุทธรูปปางนาคปรก
พระพุทธรูปปางปาลิไลย์
หนังสือแนะนำ
ทำบุญบ้าน
เนื้อคู่ของคนสิบสองราศี
เรื่องเด่นประจำสัปดาห์
ทำนายหมายเลขโทรศัพท์
ไสยเวทย์วิทยา
ทำเสน่ห์..ผูกจิตด้วยพิษรัก
กิเลส ริษยา สู่เส้นทางอธรรม
ดูดวงฟรีกับศิษย์ติดดาว
นัดหมายดูดวงชะตา
ติดต่อโฆษณา
 
           
 
 
             ตำนานศาลพระภูมิ
      ตามตำนานสายพุทธะกล่าวว่า ยุคที่มนุษย์ เทวดา และ..ฯลฯ อยู่ร่วมกัน พระเจ้าทศราช  ก่อตั้งเมืองพาลี
 ขึ้นในโลกมนุษย์ ผู้คนเรียกขานว่า "พระเจ้ากรุงพาลี" หรือ "พระเจ้าพลี" อภิเษกสมรสกับพระนางสันทร
 ทุกะเทวี และต่อมาประสูติโอรส 9 พระองค์
    เมื่อพระโอรสทั้ง 9 พระองค์เติบโตเต็มวัย พระเจ้ากรุงพาลี ทรงจัดแบ่งพื้นที่ครอบครองดูแลตามลำดับ
 ดังนี้
    พระชัยมงคล ครอบครองดูแล เคหสถาน บ้านเรือน
    พระนครราช ครอบครองดูแล ประตู ป้อมค่าย บันได
    พระเทเพนหรือเทเพล ครอบครองดูแล คอกสัตว์
    พระชัยศพณ์ ครอบครองดูแล คลังเสบียง ยุ้ง ฉาง
    พระคนธรรพ์ ครอบครองดูแล สถานที่มงคลสำหรับหนุ่มสาว เรือนหอ
         พระธรรมโหรา ครอบครองดูแล ภูเขา ป่า นาและท้องทุ่ง
         พระเทวเถร ครอบครองดูแล วัดวาอาราม สำนักสงฆ์และกิจการศาสนา
         พระธรรมิกราช ครอบครองดูแลพืชพรรณ อุทยาน
         พระทาษธารา ครอบครองดูแล ห้วย หนองน้ำ คลอง แม่น้ำ ลำธาร  
 
         
  พระนครราช, ท้าวจตุคาม   พระเทเพน, พระเทเพล   พระชัยศพณ์   พระคนธรรพ์  
 
               ภายหลังมอบอำนาจบริหารจัดการกับพระราชโอรสทั้ง 9 พระเจ้ากรุงพาลีมิทรงอยู่ในทศพิธราชธรรมใช้พระราชอำนาจเบียดบัง
         ที่ดินชาวบ้านสร้างพระราชวังใหญ่โต แวดล้อมข้าราชบริพารทั้งมนุษย์ เทวดา นางฟ้า ..ฯล.. สร้างความเดือดร้อนเกิดแก่มนุษย์ สัตว์
         ทุกหย่อมย่าน
               ที่สุดต้องรวมตัวกันร้องเรียนความทุกข์ยังสรวงสวรรค์
               เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พระนารายณ์  อวตารมาเป็นพระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญภาวนาใต้โพธิ์ใหญ่เขตนครพาลี  พระเจ้ากรุงพาลี
         พบเห็นทรงไม่พอพระทัยสั่งทหารขับไล่พระพุทธองค์เพื่อพ้นกรุงพาลี  พระพุทธองค์อ้อนวอนขอพื้นที่สัก 3 ก้าวเพื่อใช้บำเพ็ญเพียร
         พระเจ้ากรุงพาลีใคร่ครวญออกปากว่า..  ก็ได้แต่ห้ามไม่ให้ออกนอกพื้นที่ 3 ก้าว ไม่ว่าจะกิน ขับถ่าย อาบน้ำ.. ต้องอยู่ภายในพื้นที่นั้น
         พระนารายณ์ในรูปพระพุทธเจ้าตอบรับ พระเจ้ากรุงพาลีทรงอนุญาต
               ได้ยินดังนั้น  พลันพระพุทธองค์ทรงคืนร่างเป็นพระนารายณ์สี่กรสูงใหญ่เทียมฟ้า  ออกย่างเท้าเพียงก้าวเดียวก็สุดขอบโลก แล้ว
         ทรงขับไล่พระเจ้ากรุงพาลี มเหสี ราชโอรสทั้ง 9 ให้พ้นแผ่นดินพร้อมกำหนดข้าทาสแค่ 3 คนคือนายจันถี, นายจันทิศและนายจันสพ
         ไม่ให้พื้นที่ทั้งโลกมนุษย์ บาดาลหรือสวรรค์  ทั้งหมดต้องลอยกลางอากาศด้วยความยากลำบากหลายสิบปี
               ที่สุดพระเจ้ากรุงพาลีไม่อาจจะทานทนต่อไป  ได้ให้ข้าทาสทั้งสามกราบสำนึกผิดต่อพระนารายณ์ และพระนารายณ์ทรงเล็งเห็น
         ว่าถ้าให้พระเจ้ากรุงพาลี ปกครองแผ่นดินอาจจะก่อความทุกข์เข็ญแก่พี่น้องประชาชน ทรงตั้งเงื่อนไขว่า ..ถ้าต้องการแผ่นดินก็จะให้
         โดยให้ทำหน้าที่กำกับดูแลแผ่นดินเท่านั้น ห้ามสร้างพระราชวังใหญ่โต ให้สร้างได้แค่บ้านหลังเล็กบนเสาต้นเดียวเท่านั้น ..!! ถ้าทรง
         ยินยอมก็จะให้มนุษย์เคารพกราบกรานในฐานะผู้ทรงกำกับดูแลพื้นแผ่นดิน เรียกว่า "พระภูมิ"
               พระเจ้ากรุงพาลีได้ยินดังนั้นทรงตอบตกลง และต่อมาพระเจ้ากรุงพาลี มเหสีสิ้นพระชนม์ มนุษย์ยังคงให้ความเคารพต่อพระภูมิ
         ในฐานะประธานหรือผู้ดูแลแผ่นดิน โดยจัดสร้างศาลพระภูมิสูงเสมอสายตามนุษย์สำหรับตั้งบูชารูปปั้นพระชัยมงคล พระราชโอรส
         ลำดับต้นของพระเจ้ากรุงพาลี กระทั่งทุกวันนี้  
 
         
  พระธรรมโหรา   พระเทวเถร   พระธรรมมิกราช   พระทาษธารา  
 
               ศาลพระภูมิไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่อาศัย  สำนักงานเท่านั้น  โดยทั้งนี้พระชัยมงคล  คุ้มครองดูแลบ้านเรือน  สำนักงาน
         พระนครราช จะดูแลประตูเมือง บันไดหรือทางเข้า-ออก หรือนัยหนึ่งคือท้าวจตุคามนั่นเอง, พระเทเพนหรือเทเพลคือพระภูมิประจำ
         คอกสัตว์, พระชัยศพณ์ คือพระภูมิประจำยุ้งฉาง เสบียง คลังหรือสถานที่เก็บอาหาร,  พระคนธรรพ์ คือพระภูมิประจำเรือนหอ หรือ
         แหล่งบันเทิงของคนหนุ่ม-สาว,  พระธรรมโหรา คือพระภูมิประจำเรือกสวนไร่นา, พระเทวเถรคือพระภูมิประจำวัด, ปูชนียะสถาน,
         สำนักสงฆ์ พระธรรมิกราช คือพระภูมิประจำอุทยาน สวน  และสุดท้ายคือพระทาษธารา  คือพระภูมิประจำห้วย,  หนองน้ำ,  คลอง,
         แม่น้ำ
               ปัจจุบันเหลือเพียงศาลพระภูมิประจำบ้านเรือน สำนักงาน ได้แก่ พระชัยมงคลเท่านั้น  โดยมักตั้งพร้อมกับศาลเจ้าที่ นั่นหมายถึง
         วิญญาณผู้ดูแลผูกพันกับสถานที่นั้น  ลักษณะศาลเจ้าที่จะเป็นเรือนสี่เสา   ขนาดฐานใหญ่กว่าศาลพระภูมิ  ความสูงเพียงครึ่งหนึ่งของ
         ศาลพระภูมิ ภายในตั้งรูปปั้นตา-ยาย  และจากจุดนี้ผู้คนส่วนใหญ่เรียกว่า ศาลพระภูมิ-เจ้าที่  หลักที่ถูกต้องคือพระภูมิ  เปรียบเหมือน
         "ประธาน" ส่วน "เจ้าที่" คือผู้จัดการ
               การตั้งศาลพระภูมิ และ/หรือศาลเจ้าที่  เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์  จิตวิญญาณ  ก่อเกิดความเจริญรุ่งเรือง  รอดพ้นโพยภัย
         ตรงตามหลัก "ฮวงจุ้ยไทย ชัยภูมิศาสตร์" คือการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณหรือสิ่งเร้นลับนั่นเอง
 
   
All site contents by Somjate Sangkim Na Vaingcampoo., www.somjate.com 2010 All right reserved
 ติดต่ออาจารย์สมเจตน์ แสงคำ ณ เวียงกำพู โทรศัพท์ 02-531-1040, 08-1700-8644
โฆษณาประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาธุรกิจ บริษัท ยูก้า คิม รีโอ จำกัด webmanagr@somjate.com